มัฟฟิน คืออะไร

มัฟฟิน คืออะไร

โลกกลมๆใบนี้ได้แบ่งของหวานมัฟฟินแบ่งได้สองประเภท เป็น แบบอังกฤษแล้วก็แบบอเมริกัน

ต้นกำเนิด
ที่เรียกกันว่า มัฟฟินอังกฤษ นั้นทำบนกระทะตูดแบน เป็นของหวานก้อนกลมขนาดเส้นฝ่าศูนย์กลางราว 3 นิ้ว แล้วก็สูงราว 1 นิ้ว กินกับเนยหรือแยม ช่วงเวลาที่มัฟฟินแบบอเมริกันเป็น “Quick Bread” เป็น ขนมปังที่ใช้เวลาทำไม่นานและก็มีวิธีการไม่ยุ่งยาก อบในพิมพ์มีถ้วยรองตูด (คล้ายกับคัพเค้กราวเป็นญาติพี่น้อง) ในเนื้อมัฟฟินมีส่วนประกอบได้แก่ ผลไม้หรือช็อกโกแลต อีกทั้งสามารถประดับประดารวมทั้งตกแต่งด้วยหน้าตาให้มีความสวยงามน่าลิ้มลองได้อีก มัฟฟินแบบอเมริกันก็เลยสามารถกินได้โดยไม่ต้องทาเนยหรือแยม

มัฟฟินที่พวกเรารู้จักดีกันดีก็คือ แบบอเมริกัน ซึ่งทำมาจากส่วนประกอบเป็น แป้งมี่ น้ำตาล ผงฟู ไข่ไก่ นม เนย อื่นๆอีกมากมาย โดยใส่ผลไม้สดผลไม้แห้ง หรือจะเป็นช็อกโกแลตต่างๆผสมลงไปในเนื้อ (บางคนมีสูตรมัฟฟินแบบคาว ยกตัวอย่างเช่น ผสมเบคอนลงไปด้วย) ส่วนประกอบทั้งปวงเอามารวมกัน ก่อนตักใส่พิมพ์ซึ่งรองด้วยกระทงกระดาษ แล้วก็ค่อยนำไปอบ ออกมาเป็นขนม “หน้าแตก” กรอบนอก นุ่มใน

มัฟฟิน คืออะไร





ประวัติความเป็นมา
คำว่า มัฟฟิน (Muffin) มาจากภาษาประเทศฝรั่งเศสว่า Moufflet บาคาร่าvip  ขนมประเภทนี้มีความเป็นมานานมาก ค้นไปได้ถึงศตวรรษที่10 รวมทั้ง 11 ในดินแดนเวลส์ อังกฤษ

แรกนั้นมัฟฟินเป็นของกินของข้ารับใช้ในสังคมอังกฤษสมัยวิกตอเรียน พวกเขาจะนำเศษขนมปัง แป้งบิสกิตที่เหลือ และก็มันฝรั่งบด มารวมกันนวดเป็นแป้ง แล้วก็นำไปปรุงสุกบนกระทะตูดแบน ของกินของข้ารับใช้ในใต้ถุนบ้านประเภทนี้ ส่งกลิ่นหอมยวนดวงใจนายจ้างที่อยู่ข้างบน ด้วยความอร่อยทำให้ทุกคนยากที่จะระงับใจ ที่สุดก็เลยเปลี่ยนเป็นของหวานที่คนประเทศอังกฤษกินกับชาทุกบ่าย

ความชื่นชอบของมัฟฟินมีเพิ่มมากขึ้นในศตวรรษที่ 19 ยุคนั้นมี “มัฟฟินแมน” เดินสั่นกระดิ่งเร่ขายขนมตามถนนหนทางในขณะชามาก พวกเขาทำให้มีการเกิดเสียงดังไปทั่วทุกหนทุกแห่ง กระทั่งรัฐบาลจะต้องออกกฎไม่ให้เหล่ามัฟฟินแมนแผดเสียงดังก่อกวนราษฎร

และก็มัฟฟินแมนก็ไปปรากฏในเพลงสำหรับกล่อมทารกที่ได้รับความนิยมสุดคลาสสิกของผู้ดีอังกฤษที่มีเนื้อร้องว่า “Do you know the Muffin Man that lives on Drury Lane” แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแจ่มชัดว่า ผู้ใดกันแน่เขียนเพลงนี้แล้วก็แต่งขึ้นเพื่ออะไร แม้กระนั้นมีการสันนิษฐานที่น่าไว้วางใจว่า … มัฟฟินเป็นของว่างที่ได้รับความนิยมที่ผู้คนชอบซื้อไว้กินเป็นของว่างก่อนเข้าหรือข้างหลังออกมาจากโรงแสดงละครในบริเวณ Drury Lane ของลอนดอน

มัฟฟินแมน (ในสมัยนั้นมัฟฟินแมนมักจะเป็นชาวไอริช หรือผู้ลี้ภัยเข้าเมือง พวกเขาจำนวนมากใจดีรวมทั้งเป็นมิตร) และก็ของหวานของเขามีชื่อเสียงอย่างมากมายจนกระทั่งถูกนำไปแต่งเป็นเพลง เมื่อถึงตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 มัฟฟินก็เปลี่ยนเป็นของหวานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาะอังกฤษ

การเดินทางของความอร่อย

จากบ้านเกิดที่อังกฤษ มัฟฟินถูกนำไปเผยแพร่ให้รู้จักในอเมริกา มัฟฟินได้รับการพัฒนาแล้วก็ชี้แนะว่าเป็น “โดนัตในแบบที่ไม่เหมือนกัน” ในตอนทศวรรษ 1960 จากมัฟฟินอัขี้งกฤษก็ปรับปรุงเป็นมัฟฟินอเมริกัน แล้วร้านค้าของหวานและก็กาแฟต่างๆก็เลยประดิษฐ์ของหวานจำพวกนี้โดยการสอดไส้ต่างๆออกขายเกิดเรื่องราว บาคาร่าvip

สูตรของมัฟฟินซึ่งเคยจำกัดอยู่ที่ส่วนประกอบเป็นเมล็ดพืช ถั่ว หรือผลไม้แห้งกล้วยๆก็มีนานาประการขึ้น ถัดมากระดาษรองรวมทั้งถ้วยมัฟฟินก็ถูกสร้างสรรค์รวมทั้งผลิตออกมาขายเกิดเรื่องราว ส่วนกระทะปกติก็ถูกแทนที่ด้วย “นอนสติก แพน” ที่สามารถทำของหวานออกมาได้มากมายต้นแบบรวมทั้งทรง แม้กระนั้นถึงแบบนั้นมัฟฟินกลมๆก็ยังได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ดี

เวลานี้มี 3 เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมัฟฟินเป็นเครื่องหมายของตนเอง อย่างมินนิโซตานั้นมีบลูเบอร์รีมัฟฟินเป็นของหวานประจำเมือง ในปี 1987 เมืองแมสซาชูเซตส์ก็เลือกมัฟฟินข้าวโพด ตอน คริสต์ศักราช 1987 นิวยอร์กจัดว่า มัฟฟินแอปเปิลเป็นของหวานประจำตัว

เมื่อถึงเดี๋ยวนี้มีมัฟฟินซึ่งเหมาะกับผู้หญิงที่ต้องระมัดระวังรูปร่างด้วยการเลือกใช้แป้ง ไขมัน และก็น้ำตาลจำพวกไม่ทำให้อ้วน (มากขึ้นเรื่อยๆ) และใช้ธัญญาหารแล้วก็โยเกิร์ตมาเป็นส่วนประกอบ และก็ในหลายช่วง มัฟฟินก็เปลี่ยนมาเป็น “เทรนด์” ของวงการของกิน

เดี๋ยวนี้มีมัฟฟินสำเร็จรูปอิมพอร์ตจากต่างแดน ที่สามารถนำไปแช่แข็ง แล้วก็นำออกมาจากตู้แช่มาอบให้ร้อน แล้วจึงได้มัฟฟินสดใหม่เสมือนเพิ่งจะออกมาจากเตาไว้กินได้

ตอนนี้ มัฟฟินยังคงเป็นที่นิยมอยู่ อีกทั้งได้แปลงเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของวัฒนธรรม “อาฟเตอร์นูน ครั้ง” ที่ซึ่งร้านค้าชากาแฟทั่วทั้งโลกมีขาย ไม่เว้นเสียแต่ถึงแม้ในประเทศไทยซึ่งมีมัฟฟินมากมายให้เลือกกิน

ไม่ว่าจะเป็น มัฟฟินอัลมอนด์ แอปเปิ้ล กล้วย ถั่ว บลูเบอร์รี  คัปปูชิโน ช็อกโกแลต แครอต ลูกเกด ชินามอน(อบเชย) ข้าวโพด แครนเบอร์รี ไอริชคอฟฟี่ โอตมีล ส้ม สับปะรด ฟักทอง ราสพ์เบอร์รี สตรอเบอร์รี ใบเตย กุหลาบ … เยอะแยะประเภทที่ทำให้ความอร่อยของ มัฟฟิน นี้ไม่สิ้นสุด

เทคนิคความอร่อยของการกินมัฟฟินเป็น อุ่นให้ร้อนก่อนกินกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ไม่ว่าจะเป็นชา หรือกาแฟ อิ่มอร่อยได้ไม่ว่าจะเป็นมื้อยามเช้าหรือยามบ่าย

ยิ่งหากเป็น … มัฟฟินในบรรยากาศดีๆกับคนที่โปรดปราน … นี่ไม่ต่างกับเป็นสรวงสวรรค์ ด้วยเหตุว่ามัฟฟินแท้ๆ