เค้ก ประวัติความเป็นมาcake cake

เค้ก ประวัติความเป็นมาcake cake

Cake มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง (Old Norse word) ว่า “kaka”
ประวัติความเป็นมาเริ่มจากปี 1843 คุณอัลเฟรด เบิร์ด (Alfred Bird 1811-1878) นักเคมีคนประเทศอังกฤษได้ศึกษาและทำการค้นพบ “ผงฟู” หรือ “baking powder” ทำให้เขาสามารถทำขนมปังประเภทที่ไม่มียีสต์ให้กับเมียของเขา อลิซาเบธ (Elizabeth) ได้เป็นครั้งแรกเพราะเมียของเขาเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับ ไข่ แล้วก็ ยีสต์

ในราวศตวรรษที่ 13 มีการศึกษาและทำการค้นพบหลักฐานการอบเค้กขั้นแอดวานซ์ที่โบราณที่สุดจากชาวอียิปต์โบราณโดยชอบเป็นรสของขนมเค้กผลไม้ รวมทั้งGinger bread แบบขนมเค้กทรงกลมที่พวกเรามองเห็นกันตอนนี้ เริ่มราวกึ่งกลางศตวรรษที่ 17 ในยุโรป ซึ่งเป็นช่วงๆที่มีความเจริญของเตาอบ แบบฟอร์มของหวานรวมทั้งน้ำตาล รสที่นิยมก็ยังเป็นรสผลไม้้



Cake

ย้อนไปจากวันนี้ไปราวๆ 60 ปี ธุรกิจของหวานอบในประเทศไทยมิได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเสมือนในขณะนี้ จนถึงไม่บางทีอาจเรียกว่าเป็นธุรกิจได้ ขนมปัง เค้ก คุกกี้ ก็มิได้เป็นที่เคยชินของคนธรรมดาทั่วไป จะมีก็เพียงแต่คนกรุ๊ปหนึ่งซึ่งได้รับอารยธรรมตะวันตกมาก่อน รวมทั้งคนที่มีความสนิทสนมกับคนประเทศอื่นที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยที่รู้จักของหวานอบ รวมทั้งมีร้านค้าของหวานอบเพียงแค่ไม่กี่ร้านค้า เพราะว่าธุรกิจของหวานอบในยุคนั้นแคบมากมาย ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

ถัดมาชาวไทยโดยยิ่งไปกว่านั้นคนเมืองกรุงเทวดาฯ เริ่มรู้จักของหวานอบเพิ่มมากขึ้นเมื่อข้างหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เมืองไทยเริ่มมีชื่อเสียงของประเทศต่างๆมีการติดต่อค้าขายกับต่างแดนมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนประเทศอื่นเข้ามาประเทศไทยทั้งยังนักธุรกิจแล้วก็นักเดินทาง ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ขยายตัว ก็เลยจำเป็นต้องผลิตของกินจำพวกของหวานอบจำพวกต่างๆขึ้นดังเช่นว่าขนมปัง ขนมเค้ก เพสตรี้เพื่อบริการลูกค้าคนประเทศอื่นที่ไม่คุ้นเคยของกินไทย รวมทั้งนอกเหนือจากการที่จะผลิตเพื่อบริการลูกค้าแล้ว รีสอร์ทยังมีบริการรับจัดเลี้ยงให้แก่หน่วยงานต่างๆทั้งยังของเมืองและก็เอกชน โดยมีการจัดสัมมนา งานพิธีสมรส งานเลี้ยงวันเกิด แล้วก็การจัดเลี้ยงคบหาสมาคม ด้วยประการฉะนี้สินค้าของหวานอบก็เลยมีชื่อเสียงแล้วก็แพร่หลายเยอะขึ้น

เค้กในเมืองไทยของเรา

ในเวลาเดียวกันก็มีร้านขนมปังที่ผลิตขนมปัง เค้ก ของหวานต่างๆออกขาย ธุรกิจของหวานอบเริ่มจัดว่าเป็นธุรกิจได้เมื่อยุคการรบเวียดนาม ราว 30 กว่าปีมาแล้วเมืองไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นบ้านพักของทหารอเมริกัน ตอนนั้นกิจการค้าของหวานอบเริ่มขยายตัวมากเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุว่าความปรารถนาของกินชนิดนี้สูง จนกระทั่งกับมีผู้คิดโรงบดแป้งหมี่ขึ้นในประเทศไทย และก็ถัดมามีโรงบดแป้งมี่มากขึ้นอีก 23 ที่แต่ละโรงบดก็ผลิตแป้งหมี่แบรนด์ต่างๆออกวางขายพร้อมทั้งมีการแสดงวิธีการทำสินค้า จัดแจงฝึกหัดชี้แนะลูกค้าผู้ใช้แป้งมี่รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจของหวานอบซึ่งมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นเพื่อสามารถนำแป้งไปใช้ทำสินค้าที่มีคุณภาพแล้วก็มีความถูกต้องแน่ใจ ถือได้ว่าเป็นผลดีต่อผู้ใช้แป้งหมี่เป็นอย่างยิ่ง

เมื่อการทำศึกเวียดนามสิ้นสุดลง ธุรกิจของหวานอบก็ยังเดินต่อไป รวมทั้งขยายตัวมากยิ่งขึ้น ชาวไทยเริ่มบริโภคขนมปัง เค้ก คุกกี้ พาย พัฟ อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของหวานอบมากขึ้นเรื่อยๆ นักธุรกิจหลายรายเริ่มเห็นแนวทางสำหรับการลงทุนทำธุรกิจนี้ เนื่องมาจากมีความเห็นว่าสินค้าของหวานอบเข้ามามีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนประเทศไทยเยอะขึ้น

เค้ก Cake

นอกเหนือจากนั้นยังมีหน่วยงานต่างๆตัวอย่างเช่น วิทยาลัยสารพัดสารพันช่าง วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานศึกษาของเอกชน ที่เปิดสอนด้านของหวานอบ ได้ช่วยเหลือกันเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับของหวานอบเยอะขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งมีตำราการฝึกหัดปฏิบัติทำของหวานอบ มีราษฎรมีความสนใจมาฝึกหัดรับวิชาความรู้ เพื่อไปประกอบเป็นอาชีพ หรือทำบริโภคเองข้างในครอบครัว

ที่มาที่ไปของเค้กงานแต่งงาน

ในสมัยก่อน เจ้าสาวจะไม่มีจังหวะได้ชิมรสเค้กงานแต่งเลย เนื่องด้วยขนมเค้กแต่งงานในสมัยเริ่มต้นนั้น สร้างขึ้นเพื่อ “ขว้าง” ใส่เจ้าสาว เค้กงานแต่งงานมีความก้าวหน้าในฐานะที่ยอดเยี่ยมในบรรดาเครื่องหมายที่ความอุดมสมบูรณ์ที่จะขาดเสียมิได้ในพิธีสมรส ในสมัยที่ผ่านๆมา ผู้คนจะคาดหมายว่า ลูกสืบสายเลือดจะติดตามมาทันครั้งคราวหลังการสมรส ซึ่งเป็นสิ่งที่แน่ๆพอกับมีช่วงเวลากลางวันแล้วควรมียามค่ำคืน

เค้กงานแต่งงาน
ข้าวสาลีซึ่งถือกันมานานแล้วว่า เป็นเครื่องหมายที่ความอุดมสมบูรณ์แล้วก็ความรุ่งโรจน์ เป็นธัญญาหารที่ใช้โปรยปรายใส่เจ้าสาวตามพิธีกรรม หญิงสาวที่ยังไม่มีคู่ครองจะแย่งกันเก็บเมล็ดข้าวข้าวสาลีเพื่อเป็นเครื่องรับรองว่า พวกคุณก็จะได้สมรสเร็วนี้ๆ การแย่งเมล็ดข้าวข้าวสาลีนี้มีแบบอย่างเหมือนกับการแย่งช่อดอกไม้ของเจ้าสาวในปัจจุบัน

ช่างทำของหวานชาวโรมันซึ่งมีฝีมือการอบของหวานเป็นที่สรรเสริญเลื่องลือ เป็นผู้เปลี่ยนจารีตประเพณีปฏิบัติดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเมื่อราว 100 ปีกลายคริสต์ศักราช พวกช่างทำของหวานได้เริ่มอบเค้กชิ้นเล็กๆมีรสหวาน ทำมาจากข้าวสาลีเพื่อใช้กินในงานสมรสแทนที่จะใช้ “ขว้าง” อย่างไรก็แล้วแต่ แขกที่มาร่วมงานไม่ค่อยถูกใจนักที่อดบันเทิงใจกับการโปรยปรายเมล็ดข้าวข้าวสาลีใส่เจ้าสาว ก็เลยชอบโยนขนมเค้กชิ้นเล็กๆนี้แทน

บทกลอนรวมทั้งผู้รอบรู้ชาวโรมันชื่อ ลูครีเชียส บันทึกไว้ว่าความก้าวหน้าของการโยนเค้กใส่เจ้าสาวลดความ “ร้ายแรง” ลงโดยกลายเป็นการยกเลิกเลงของหวานลงบนหัวของเจ้าสาว แล้วก็เพื่อตกทอดความหมายในเชิงเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์คู่แต่งงานจะต้องกินส่วนของของหวานที่ถูกละเลงแล้วด้วยกันด้วย

จารีตประเพณีปฏิบัตินี้แพร่หลายไปทั่วยุโรปตะวันตก ในประเทศอังกฤษเมื่อบ่าวสาวกินของหวานแล้ว จะต้องจิบสุราประเภทพิเศษซึ่งเรียกกันว่า “สุราเจ้าสาว” และก็ตามด้วยพิธีการโยนขนมเค้กแต่งงานเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คู่สมรส “มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง” นั้นเปลี่ยนไปอีกในยุคกลางช่วงต้น เมื่อเกิดภาวะสินค้าต่างๆมีราคาแพง เมล็ดข้าวข้าวสาลีดิบถูกนำกลับมาใช้โปรยปรายใส่เจ้าสาวอีกทีหนึ่ง เค้กซึ่งเคยอบอย่างพิธีการพิถันก็กลายเป็นเพียงแต่ขนมปังกรอบ หรือขนมปังก้อนเล็กๆประเภทนุ่มรสหวานที่เรียกว่า “สคอน” (scone) เพื่อกินด้วยกันในงานสมรส แขกที่มาร่วมงานก็จะอบของหวานกันมาเอง ที่เหลือจะนำไปแจกให้ผู้อดอยาก ขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่มัธยัสถ์เรียบง่ายนี้เอง เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความเข้าใจคิดประกอบกับการดูแคลุกลนทุกอย่างที่เป็นอังกฤษของชาวประเทศฝรั่งเศส กลายเป็นสาเหตุของขนมเค้กแต่งงานเป็นชั้นๆซึ่งหรูที่สุด



โคลนเค้ก Cake Scone

ตำนานเล่าว่า ทั่วทุกที่ในเกาะอังกฤษจะนับว่าเป็นประเพณีที่จะนำขนมปังกรอบ แล้วก็สคอน ซึ่งแขกเอามาช่วยงานวางซ้อนๆกันเป็นกองใหญ่มหึมายิ่งกองสูงเท่าไรยิ่งดี ด้วยเหตุว่าถือกันว่าความสูงของกองของหวานชี้ถึงความเจริญของสามีภรรยาในอนาคต แล้วก็เป็นกลางเนียมอีกว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวจำต้องแลกเปลี่ยนจูบกันบนกองของหวาน

ในตอนคริสต์ศักราช 1660-1669 ระหว่างยุคของพระผู้เป็นเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 พ่อครัวชาวประเทศฝรั่งเศสคนหนึ่ง ได้ท่องเที่ยวกรุงลอนดอนและก็มองเห็นพิธีกรรม “กองขนมเค้ก” พ่อครัวคนนี้รู้สึกใจหายใจคว่ำกับลักษณะที่คนประเทศอังกฤษเรียงเค้กซ้อนๆกันรวมทั้งบ่อยที่กองของหวานพังครืนลงมา เขาก็เลยได้เรื่องคิดที่จะทำเค้กก้อนใหญ่เป็นชั้นๆฉาบด้วยน้ำตาลไอสิง ซึ่งให้ความรู้ความเข้าใจสึกตื่นตาตื่นใจเหมาะสมกับพิธีสมรส มากยิ่งกว่ากองเทือกเขาขนมปังกรอบที่แสนจะปกติ หนังสือพิมพ์อังกฤษในยุคนั้นพากันประสานเสียงวิจารณ์ความสิ้นเปลืองฟุ้งเฟ้อของชาวประเทศฝรั่งเศส

แม้กระนั้นปรากฏว่าก่อนที่จะหมดศตวรรษที่ 17 ช่างทำของหวานคนประเทศอังกฤษก็พร้อมใจกันทำเค้กแต่งงานก้อนมโหฬารเป็นชั้นๆบริการให้แก่บรรดาลูกค้าของพวกเขา เค้กงานแต่งโดยส่วนมากจะมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างเป็นชั้นๆเรียงกันขึ้นไป รวมทั้งมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยครีมรวมทั้งน้ำตาลแต่งหน้าเค้ก ซึ่งในบางครั้งอาจมีการนำอัลมอนด์มาเป็นส่วนประกอบสำหรับเพื่อการทำ โดยส่วนยอดของเค้กนั้นมักประดับโดยการใช้ตุ๊กตาแทนตัวคู่บ่าวสาว หรือในบางความนึกคิดบางทีอาจใช้เป็นรูปนก รูปแหวนทองคำ หรือรูปเกือกม้า ซึ่งสิ่งต่างๆพวกนี้เป็นเครื่องหมายของความมีโชค และก็ความรุ่งเรืองสำหรับบ่าวสาว ซึ่งรูปแบบของเค้กงานแต่งงานที่ดีควรมีเนื้อแน่นสามารถรับน้ำหนักของชั้นขนมเค้กที่ตกแต่งอย่างงดงามได้และก็ที่สำคัญยังจำต้องกินได้รวมทั้งอร่อยอีกด้วย สิ่งต่างๆกลุ่มนี้ล้วนแต่จะต้องอาศัยความชำนาญ ความสามารถความสร้างสรรค์รวมทั้งความปราณีตเป็นอันมากจากพ่อครัว หรือผู้กระทำของหวาน

Wedding Cake หรือเค้กแต่งงาน


ส่วนจารีตการตัดขนมเค้กนั้น โดยส่วนมากเจ้าสาวต้องเป็นคนตัดขนมเค้กเอง โดยที่เจ้าบ่าวมีบทบาทเพียงแค่รอช่วยเหลือ ซึ่งในจารีตโบราณ ข้างเจ้าสาวต้องตัดขนมเค้กแล้วนำเค้กที่ตัดแล้วไปมอบให้แก่บุคคลต่างๆในครอบครัวของเจ้าบ่าวเพื่อแสดงความนับถือ รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าคุณกำลังจะก้าวเข้าไปยอดเยี่ยมในสมาชิกของครอบครัวเจ้าบ่าวหลังจากนี้ไปเป็นต้นไป ทั้งยังยังมีจารีตประเพณีที่ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้อนขนมเค้กให้กันและกัน เป็นการสื่อความหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวซึ่งทั้งสองฝ่ายจำเป็นที่จะต้องสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน รวมทั้งเริ่มชีวิตใหม่ที่จะจำต้องดูแลกันและกันตลอดกาล ข้างหลังตัดขนมเค้กเป็นชิ้นๆแล้วข้างคู่บ่าวสาวก็จะแบ่งขนมเค้กพวกนั้นให้กับคนที่มาร่วมพิธีการได้รับประทานกันซึ่งบางทีอาจจะกินเลยหรือนำกลับไปอยู่บ้านไปฝากบุคคลที่มิได้มาร่วมงานก็บางทีอาจเป็นไปได้ ซึ่งในจารีตประเพณีโบราณมั่นใจว่า ถ้าเกิดเพื่อนเจ้าสาวคนไหนกันแน่ต้องการฝันมองเห็นเนื้อคู่ของคนภายในอนาคต ให้นำขนมเค้กแต่งงานไปไว้ใต้หมอนหรือข้างหมอนแล้วนอน สาวคนนั้นจะฝันมองเห็นคู่รักของตนเอง สล็อตออนไลน์

ภายหลังวันมงคลสมรสของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในยุโรปนิยมเก็บขนมเค้กข้างบนสุดไว้แล้วค่อยนำออกมารับประทานใหม่ในวาระครบรอบสมรสหนึ่งปีแล้วก็การสังสรรค์อีกรอบก็น่าจะหนีไม่พ้นหัวข้อการให้กำเนิดเจ้าตัวน้อย ด้วยเหตุนี้ขนมเค้กเล็กน้อยในพิธีสมรสบางทีก็อาจจะถูกเก็บไว้รับประทานเพื่อสังสรรค์ในวาระครบรอบสมรสของคู่สมรสในปีรๆไปใช้สังสรรค์ในวันที่ออกลูกคนแรกแต่ว่าโดยส่วนมากจะใช้ในพิธีการตั้งชื่อลูกตามหลักศริสต์ศาสนา ซึ่งจะรักษาขนมเค้กด้วยการนำเข้าช่องสำหรับแช่แข็งเอาไว้ ส่วนมากจะเก็บข้างบนสุดของขนมเค้กที่ชอบตกแต่งด้วยผลไม้ที่สามารถรักษาเอาไว้ได้เป็นเวลานานด้วยการแช่แข็ง (ในอดีตสมัยกรรมวิธีรักษาขนมเค้กให้เก็บไว้ได้เป็นเวลานานๆก็คือการใช้น้ำตาลในจำนวนมากๆเป็นส่วนประกอบสำหรับเพื่อการทำแล้วก็แต่งหน้าเค้ก เพื่อเพิ่มความหนาแน่นรวมทั้งลดช่องว่างไม่ให้อากาศเข้าไปในเนื้อขนมเค้ก ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ขนมเค้กหมดอายุหรือเสียเร็วขึ้น)

ความหมายของขนมเค้กสีขาว

ไวท์เค้ก สุดอร่อย



เค้กสีขาว หรือ White Cake
ขนมเค้กมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับเจ้าสาว เพราะเหตุว่าโดยส่วนมากสีของขนมเค้กจะเสมือนหรือกับสีชุดของเจ้าสาวด้วย ถ้าย้อนไปมองในยุควิคตอเรีย ขนมเค้กที่ใช้ในพิธีสมรสก็เป็นสีขาวแม้กระนั้นไม่ใช่เป็นเนื่องจากความศรัทธา แต่ว่าด้วยเหตุว่าวิธีการทำเค้กเป็นสีต่างๆในอดีตสมัยนั้นทำเป็นยากเหตุเพราะส่วนประกอบทั้งหมดทุกอย่างเป็นสีขาวหมด แม้กระนั้นแม้กระนั้นในความศรัทธาของคนโดยมาก เค้กแต่งงานควรเป็นสีขาว เพราะว่าสีขาวสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ และก็ความศรัทธาที่ว่าขนมเค้กสีขาวเป็นเครื่องหมายของความรักป้อมปราการอาจจะก็ยังคงไว้ใจกันอยู่จนกระทั่งตอนนี้

โดยสรุปแล้ว “เค้กงานแต่งงาน” เป็นของหวานที่นิยมใช้รับรองแขกเป็นอย่างแรกภายหลังจากเสร็จสมบูรณ์พิธีสมรสของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นผู้แทนที่ ความรักแล้วก็ความสำราญทั้งยังยังเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่ของคู่สมรส ที่จะจะต้องดำเนินชีวิตด้วยกันให้ตลอดรอดฝั่ง